สาระสำคัญ
- ร้านอาหาร/คาเฟ่ทุกร้านต้องมี ใบอนุญาตจำหน่ายอาหาร หรือ ใบอนุญาตสะสมอาหาร อย่างใดอย่างหนึ่ง
- ถ้าขายเบียร์/เหล้าด้วย ต้องขอ ใบอนุญาตสรรพสามิต เพิ่มอีกใบ
- ไม่มีใบ โทษปรับสูงสุด 20,000 บาท + เสี่ยงถูกสั่งปิด
มีร้านอยู่แล้ว แต่ยังไม่รู้ว่าต้องขอใบอะไร?
นี่คือปัญหาที่เจ้าของร้านส่วนใหญ่เจอ — เปิดร้านมาแล้ว แต่ไม่แน่ใจว่าต้องมีใบอนุญาตอะไรบ้าง หรือรู้ว่าต้องขอแต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง
ความจริงคือ ใบอนุญาตสำหรับร้านอาหารและคาเฟ่มีไม่กี่ประเภท แต่ต้องขอให้ถูกประเภท ถูกหน่วยงาน และถูกเวลา
บทความนี้จะพาคุณดูทีละใบ ว่าร้านแบบไหนต้องใช้ใบไหนบ้าง
ใบหลักที่ทุกร้านต้องมี
ใบอนุญาตจำหน่ายอาหาร vs. ใบอนุญาตสะสมอาหาร — ต่างกันยังไง?
หลายคนสับสนระหว่างสองใบนี้ สรุปสั้นๆ คือ:
| ใบจำหน่ายอาหาร | ใบสะสมอาหาร | |
|---|---|---|
| สำหรับร้านแบบไหน | ปรุงสดขายทันที เช่น ร้านก๋วยเตี๋ยว ข้าวแกง คาเฟ่ | จำหน่ายอาหารสำเร็จรูป เช่น ขนมถุง น้ำขวด กระป๋อง |
| ยื่นที่ | สำนักงานเขต (กทม.) หรือ เทศบาล/อบต. | สำนักงานเขต (กทม.) หรือ เทศบาล/อบต. |
| มีการตรวจสถานที่ | ใช่ | ขึ้นกับพื้นที่และประเภทสินค้า |
ร้านส่วนใหญ่ = ใบจำหน่ายอาหาร เพราะมีการปรุงหรือเตรียมอาหารเอง
ใบเสริมที่อาจต้องขอเพิ่ม
ขายเบียร์ เหล้า หรือไวน์ด้วย?
ถ้าเมนูมีแอลกอฮอล์ ต้องขอ ใบอนุญาตจำหน่ายสุรา จากกรมสรรพสามิต เพิ่มอีกหนึ่งใบ
สิ่งที่ต้องรู้ก่อนขอ:
- ต้องตรวจสอบ โซนนิ่งสรรพสามิต ก่อน — ร้านต้องอยู่ห่างจากวัด โรงเรียน หรือสถานที่ราชการตามระยะที่กำหนด
- ถ้าโซนผ่าน ค่อยเตรียมเอกสารขอใบ
- โทษขายเหล้าไม่มีใบ ปรับสูงสุด 50,000 บาท
เปิดเพลงหรือใช้ลำโพงขยายเสียง?
ถ้าร้านมีดนตรีสด, DJ, หรือลำโพงขยายเสียงที่ดังออกนอกร้าน ต้องขอ ใบอนุญาตใช้เครื่องขยายเสียง จากสำนักงานเขต/เทศบาล ราคาประมาณ 200–500 บาท/ปี
เอกสารที่ต้องเตรียม (ใบจำหน่ายอาหาร)
เอกสารหลักที่ต้องเตรียมมีดังนี้:
- สำเนาบัตรประชาชน ของผู้ขอ
- สำเนาทะเบียนบ้าน ของผู้ขอ
- แผนผังสถานที่ประกอบการ (วาดคร่าวๆ ได้ ไม่ต้องจ้างสถาปนิก)
- รูปถ่ายสถานที่ ทั้งด้านใน-นอก
- สัญญาเช่า (ถ้าไม่ได้เป็นเจ้าของสถานที่)
- หนังสือยินยอม จากเจ้าของอาคาร (ถ้าเช่า)
บางพื้นที่อาจขอเพิ่มเติม ควรโทรเช็กกับสำนักงานเขต/เทศบาลในพื้นที่ก่อนไป
ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ
| รายการ | ค่าธรรมเนียมราชการ |
|---|---|
| ใบอนุญาตจำหน่ายอาหาร | 500–1,000 บาท/ปี |
| ใบอนุญาตสะสมอาหาร | 500–2,000 บาท/ปี (ขึ้นกับขนาดพื้นที่) |
| ใบอนุญาตจำหน่ายสุรา | 3,000–5,000 บาท/ปี |
| ใบอนุญาตเครื่องขยายเสียง | 200–500 บาท/ปี |
ค่าธรรมเนียมข้างต้นเป็นค่าราชการเท่านั้น ไม่รวมค่าเดินทางหรือค่าดำเนินการ
ถ้าไม่มีใบอนุญาต เสี่ยงอะไรบ้าง?
- โทษปรับ สูงสุด 20,000 บาท สำหรับร้านที่ไม่มีใบจำหน่ายอาหาร
- เจ้าหน้าที่มีสิทธิ์ สั่งปิดร้าน ชั่วคราวจนกว่าจะมีใบ
- ถ้าขายเหล้าไม่มีใบ โทษหนักกว่า — ปรับ + อาจถูกดำเนินคดีอาญา
ปัญหาที่เจ้าของร้านเจอบ่อย คือรู้ว่าต้องขอ แต่ไม่มีเวลาวิ่งเอง หรือเตรียมเอกสารผิด แล้วต้องกลับมาใหม่หลายรอบ
SN Permit ช่วยได้อย่างไร?
เราเป็นบริการรับทำใบอนุญาตแบบครบวงจร — คุณไม่ต้องวิ่งเองแม้แต่ครั้งเดียว
สิ่งที่เราทำให้:
- เช็กว่าร้านต้องขอใบอะไรบ้าง ฟรี ไม่ผูกมัด
- ตรวจโซนนิ่งสรรพสามิต ก่อนขอใบ (ไม่ต้องเสียเวลาไปเองแล้วถูกปฏิเสธ)
- เตรียมและยื่นเอกสารทุกใบ ครบในที่เดียว
- ติดตามงาน และแจ้งผลให้คุณตลอด
- แจ้งเตือนก่อนใบหมดอายุ ทุกปี ไม่ต้องจำเอง
พื้นที่บริการเต็มรูปแบบ: กรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ
สรุป
ร้านอาหารและคาเฟ่ต้องมีใบอนุญาตจำหน่ายอาหารหรือสะสมอาหารเป็นพื้นฐาน และถ้าขายแอลกอฮอล์หรือมีเครื่องขยายเสียง ก็ต้องขอใบเพิ่มตามนั้น
เริ่มต้นด้วยการ เช็กว่าร้านคุณต้องขอใบไหนบ้าง ก่อน แล้วค่อยเตรียมเอกสาร — ทักมาถามได้ฟรีก่อนเลย
โทษถ้าเปิดร้านโดยไม่มีใบอนุญาต
เปิดร้านอาหารหรือคาเฟ่โดยไม่มีใบอนุญาตครบ มีโทษตามกฎหมายหลายฉบับ
| ใบอนุญาต | โทษสูงสุด | กฎหมาย |
|---|---|---|
| ใบอนุญาตจำหน่ายอาหาร/สะสมอาหาร | ปรับ 20,000 บาท | พ.ร.บ. สาธารณสุข 2535 |
| ใบอนุญาตร้านอาหาร (กิจการที่เป็นอันตรายฯ) | ปรับ 20,000 บาท | พ.ร.บ. สาธารณสุข 2535 |
| ใบอนุญาตขายสุรา | ปรับไม่เกิน 50,000 บาท + จำคุกไม่เกิน 6 เดือน | พ.ร.บ. ภาษีสรรพสามิต 2560 |
- ฝ่าฝืนต่อเนื่องหลังถูกสั่งหยุด → ปรับรายวันไม่เกิน 10,000 บาท
- กรณีร้ายแรงอาจถูกสั่งรื้อถอนหรือปิดกิจการถาวร
ไม่แน่ใจว่าร้านขาดใบอะไร ทักมาเช็กได้ฟรี ไม่ผูกมัด
บทความที่เกี่ยวข้อง